ส่องปัญหาตัวการทำผนังชื้น พร้อมวิธีรับมือให้อยู่หมัด!

แชร์
ผนังปูนที่มีคราบน้ำเป็นวงปัญหาจากผนังชื้น
เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

ผนังบ้านที่ดูผิดปกติ ไม่สดใสเหมือนเดิม อาจกำลังบอกถึงปัญหา “ผนังชื้น” ที่หลายคนมองข้ามเพราะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจลามถึงโครงสร้างบ้านได้

บทความนี้ NAP Paint รวบรวมทั้งต้นตอของปัญหา และวิธีแก้ไขที่ตรงจุดไว้ให้ครบ พร้อมให้คุณลองนำไปใช้ได้ทันที

ปัญหาผนังชื้น คืออะไร?

ปัญหาผนังชื้น คือผนังที่มีน้ำหรือความชื้นสะสมอยู่ในเนื้อวัสดุมากผิดปกติ จนเริ่มแสดงอาการให้เห็น เช่น คราบน้ำเป็นวง สีพองบวมจนลอกล่อน หรือกลิ่นอับจากเชื้อราสะสม สัญญาณเหล่านี้คือจุดสังเกตที่บอกให้ต้องรีบตามหาต้นตอ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้

สาเหตุของปัญหาผนังชื้น เกิดจากอะไรได้บ้าง?

ปัญหาผนังชื้นแต่ละตำแหน่ง อาจไม่ได้มาจากสาเหตุเดียวกันเสมอไป มาดูกันว่าตัวการหลัก ๆ ที่ทำให้ผนังบ้านเกิดความชื้นมีอะไรบ้าง

1. น้ำฝนซึมผ่านรอยแตกร้าวหรือรอยต่อผนังภายนอก

ผนังภายนอกที่เจอแดดเจอฝนโดยตรง เมื่อใช้งานนาน ๆ มักเกิดรอยแตกร้าวตามรอยต่อวัสดุ น้ำฝนจึงซึมเข้าไปสะสมในเนื้อผนังทีละน้อยจนเป็นคราบชื้น

2. รอยรั่วจากหลังคาหรือท่อประปาภายในผนัง

บางครั้งต้นตอไม่ได้อยู่ที่ผนังโดยตรง แต่มาจากหลังคารั่วซึมหรือท่อประปาที่ฝังในผนัง ทำให้น้ำไหลลงมาตามแนวดิ่งจนโผล่มาเป็นคราบชื้นในจุดที่คาดไม่ถึง กว่าจะรู้ตัวก็ลามไปไกลจากจุดรั่วจริงแล้ว

3. ความชื้นสะสมจากการระบายอากาศไม่ดี

ห้องปิดทึบอย่างห้องน้ำหรือห้องเก็บของ ไอน้ำจากการใช้งานจะไม่มีทางระบายออกจึงไปเกาะควบแน่นบนผิวผนังจนสะสมเป็นความชื้นในระยะยาว

4. ความชื้นซึมขึ้นจากพื้น

บ่อยครั้งในบ้านเก่าที่ไม่มีวัสดุกันซึมบริเวณฐานผนังชั้นล่าง ความชื้นจากพื้นดินจะค่อย ๆ ซึมขึ้นตามเนื้อปูนจนเกิดคราบชื้นที่ผนังส่วนล่าง

ผนังชื้นแก้ยังไง? วิธีแก้ไขให้ตรงจุดตามสาเหตุ

สาเหตุของปัญหาผนังชื้นแต่ละแบบมีวิธีรับมือที่แตกต่างกันไป เมื่อรู้ต้นตอที่ชัดเจนก็จะช่วยให้แก้ไขปัญหาผนังชื้นได้ตรงจุดมากขึ้น

จัดการความชื้นจากอากาศด้วยการระบายอากาศให้ดีขึ้น

เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทบ่อยขึ้น ติดพัดลมระบายอากาศในห้องปิดทึบ หรือใช้เครื่องลดความชื้นช่วยในจุดที่อับที่สุด

ซ่อมรอยแตกร้าวและเตรียมผนังก่อนแก้ไขระยะยาว

ซ่อมรอยแตกร้าวด้วยการสะกัดปูน แล้วฉาบทับด้วยปูนซ่อมรอยร้าวชนิดยืดหยุ่นที่ขยับตามรอยร้าวได้โดยไม่แตกซ้ำ จากนั้นทำสกิมโค้ท (Skim Coat) เพื่อปรับผิวผนังให้เรียบเนียนก่อนลงสีทับ

หากรอยแตกร้าวนั้นมีต้นตอมาจากรอยรั่วบนหลังคาหรือท่อประปา ควรอุดรอยรั่วต้นทางให้เรียบร้อยก่อนเริ่มซ่อมผนัง

ใช้ระบบกันซึมผนังแก้ปัญหาแบบถาวร

สำหรับผนังที่ชื้นซ้ำเป็นประจำ โดยเฉพาะผนังภายนอกที่รับแดดรับฝนตรง ๆ การเคลือบด้วยกันซึมผนังอาคารคือ ทางแก้ที่ยั่งยืนที่สุด

กำจัดเชื้อราก่อนลงสีใหม่

ขัดผิวปูนที่ขึ้นราออก ทาน้ำยาฆ่าเชื้อราเคลือบผิว แล้วรอให้ผนังแห้งสนิทจริง ๆ ก่อนลงสีทับ เพื่อไม่ให้เชื้อราลามกลับมาใต้ชั้นสี

ทาน้ำยากันซึมบนผนังเพื่อแก้ปัญหาผนังชื้นแบบครบวงจร

ผนังชื้นแก้เองได้ไหม? แบบไหนควรเรียกผู้เชี่ยวชาญ

ปัญหาผนังชื้นบางจุด สามารถจัดการเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง เช่น เปิดระบายอากาศหรือทำความสะอาดคราบเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าเจอสัญญาณต่อไปนี้ ควรเรียกผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยดูแลแทน

  • รอยแตกร้าวขนาดใหญ่: ลึกจนเห็นเนื้อปูนด้านใน หรือกว้างเกิน 2-3 มม. ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนซ่อม
  • แก้แล้วไม่หายขาด: ทำความสะอาดหรือซ่อมเองแล้ว แต่ความชื้นยังกลับมาเป็นซ้ำในจุดเดิม แสดงว่าอาจแก้ไม่ตรงต้นตอ
  • พื้นที่ชื้นเป็นวงกว้าง: หรือเป็นผนังอาคารสูงที่เข้าถึงยาก ต้องใช้อุปกรณ์และทีมงานเฉพาะทาง
  • สงสัยว่ามาจากโครงสร้างที่ซ่อนอยู่: เช่น ท่อประปาภายในผนัง ซึ่งต้องตรวจสอบก่อนแก้ไข ไม่เช่นนั้นปัญหาจะกลับมาซ้ำอีก

ควรดูแลปัญหาผนังชื้นยังไงไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ?

การหมั่นดูแลผนังอย่างสม่ำเสมอ สามารถลดโอกาสที่ความชื้นจะย้อนกลับมากวนใจอีกครั้งได้

ตรวจเช็กผนังสม่ำเสมอ

หมั่นสำรวจรอยแตกร้าวหรือคราบผิดปกติบนผนังเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงก่อนเข้าหน้าฝนของทุกปี เพื่อเช็กปัญหาตั้งแต่ยังเป็นจุดเล็ก ๆ ก่อนที่จะลุกลาม

ดูแลระบบระบายน้ำรอบบ้าน

ตรวจสอบระบบระบายน้ำ โดยเฉพาะหน้าฝน เพื่อให้น้ำฝนไหลออกจากตัวอาคารได้สะดวก ไม่ขังอยู่ชิดผนังเป็นเวลานาน เพราะน้ำที่ขังนาน ๆ คือต้นตอของความชื้นสะสมที่พบบ่อยที่สุด

เปิดช่องระบายอากาศในจุดเสี่ยง

ห้องที่มีความชื้นสูงอย่างห้องน้ำหรือห้องครัว ควรเปิดช่องระบายอากาศหรือใช้พัดลมดูดอากาศอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ไอน้ำสะสมจนควบแน่นบนผนัง

ตรวจสอบซีลแลนท์ตามรอยต่อ

หมั่นเช็กซีลแลนท์ (ยาแนว) บริเวณขอบหน้าต่างหรือรอยต่อวัสดุว่ายังอยู่ในสภาพดีไหม หากเริ่มแตกหรือหลุดล่อน ควรรีบเปลี่ยนใหม่ก่อนน้ำจะมีช่องซึมเข้าไป

ผนังบ้านที่ทาสีใหม่เรียบเนียนหลังแก้ปัญหาผนังชื้นเรียบร้อยแล้ว

ข้อควรระวังเรื่องผนังชื้นที่ไม่ควรปล่อยผ่าน

ผนังชื้นไม่ได้ส่งผลแค่คราบสกปรกหรือสีลอกล่อนที่เห็นได้ด้วยตา แต่ถ้าปล่อยไว้นานเกินไป ผลกระทบที่ตามมาอาจมีมากกว่าที่คิด

  • อย่าทาสีทับผนังที่ยังไม่แห้งสนิท: ความชื้นที่ยังค้างอยู่ในเนื้อผนังจะดันให้สีพองบวมและหลุดล่อนซ้ำในเวลาไม่นาน ทำให้ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายซ้ำสอง
  • เชื้อราสะสมนานกระทบสุขภาพ: โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจของคนในบ้าน อาจก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้หรือหอบหืดกำเริบได้
  • โครงสร้างอาจเสียหายในระยะยาว: หากความชื้นซึมลึกถึงเหล็กเสริมในโครงสร้างปูน อาจทำให้เกิดสนิมกัดกร่อนจนกระทบความแข็งแรงของอาคาร

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับผนังชื้น

ปลูกต้นไม้ชิดผนัง ทำให้ผนังชื้นได้จริงไหม?

ปลูกต้นไม้ชิดผนังทำให้ผนังชื้นได้จริง เพราะการรดน้ำต้นไม้เป็นสิ่งที่ต้องทำประจำ ทำให้ดินบริเวณนั้นมีความชื้นสะสม และค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ผนังในระยะยาว

ทำความสะอาดคราบเชื้อราแล้ว ทำไมผ่านไปไม่นานก็กลับมาเกิดขึ้นซ้ำอีก?

เพราะการเช็ดหรือขัดออกเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ตราบใดที่ต้นตอความชื้นยังไม่ถูกแก้ไข เชื้อราก็พร้อมกลับมาขึ้นซ้ำในสภาพแวดล้อมเดิมเสมอ

ทาน้ำยาฆ่าเชื้อราแล้ว ไม่ต้องทาสีทับได้ไหม?

ไม่แนะนำ เพราะผิวปูนที่ไม่มีสีเคลือบจะดูดความชื้นได้ง่ายกว่าเดิม ทำให้เชื้อรากลับมาขึ้นซ้ำเร็วขึ้น ควรลงสีทับหลังผนังแห้งสนิทเพื่อปิดผิวป้องกันไว้ด้วย

สรุป

สาเหตุของปัญหาผนังชื้นมีได้หลายแบบ ตั้งแต่น้ำฝนซึมผ่านรอยแตกร้าว รอยรั่วจากหลังคา ไปจนถึงความชื้นจากการระบายอากาศไม่ดี การแก้ไขปัญหาผนังชื้นให้ตรงจุดตามสาเหตุจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ปัญหาไม่กลับมาซ้ำ ส่วนกรณีไหนที่จัดการเองไม่ไหว ก็อย่าลังเลที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยตรวจสอบ

สำหรับใครที่อยากได้ทีมช่างที่เก็บงานเนี้ยบ และใส่ใจในทุกรายละเอียด NAP Paint ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ด้วยประสบการณ์มานานกว่า 30 ปี

ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาได้เลยวันนี้!

More articles