มัดรวม 9 เรื่องควรรู้ก่อนจ้างช่างทาสี หมดปัญหาช่างทำงานไม่ถูกใจ

อยากจ้างช่างมาทาสีบ้านคู่ใจให้สวยงามเหมือนใหม่ แต่ก็กลัวได้บริษัทรับเหมาทาสีหรือช่างที่ทำงานลวก ไม่ละเอียด หรือทิ้งงานไปกลางคัน ถ้าคุณไม่อยากให้เกิดปัญหานี้ขึ้น สิ่งที่ควรทำคือการตรวจเช็กทีมช่างให้ดีก่อนจ้าง เพื่อให้คุณได้สีบ้านสวยถูกใจในงบประมาณที่คุ้มค่า ใครที่ไม่รู้ว่าจะเลือกช่างทาสีอย่างไร บทความนี้ NAP Paint ได้รวบรวม 9 เรื่องควรรู้ก่อนจ้างช่างทาสี ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาอ่านกันเลย!
แชร์
รวม 9 เรื่องควรรู้ก่อนจ้างช่างทาสี ให้ได้ช่างทาสีที่ถูกใจ
เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

เรื่องควรรู้ก่อนจ้างช่างทาสี มีอะไรบ้าง

1. ตรวจสอบพื้นที่ที่ต้องการทาสี

อันดับแรกลองตรวจเช็กพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกบ้านว่า มีจุดไหนที่อยากให้ทาสีใหม่บ้าง ทั้งหลังหรือแค่บางจุด รวมถึงหากมีจุดไหนที่ต้องซ่อมเพิ่มเติม เช่น ผนังมีรอยแตกร้าว มีเชื้อรา ตะไคร่น้ำ หรือน้ำรั่วซึมเพดานชั้นบน ก็ควรให้ช่างแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนจะทาสี 

ซึ่งผู้รับเหมาบางเจ้าจะมีแค่บริการทาสีบ้าน ดังนั้น คุณควรเลือกบริษัทรับเหมาทาสีที่ครบวงจร มีทั้งบริการทำกันซึม ซ่อมแซม และทาสีบ้านในที่เดียว เพราะพวกเขาจะเข้ามา Inspection หรือตรวจสอบสภาพอาคาร เพื่อวางแผนการดำเนินงานที่เหมาะกับบ้านหลังนั้นมากที่สุด 

2. บริษัทต้องมีความน่าเชื่อถือและมีตัวตนจริง

ต้องเป็นบริษัทที่มีตัวตนจริง เจ้าของบ้านควรเช็กช่องทางการติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ หรือโซเชียลมีเดียว่ามีการอัปเดตโพสต์ช่วงเร็ว ๆ นี้ไหม เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผู้รับเหมาที่ยังให้บริการอยู่ในปัจจุบัน อาจลองโทรหรือทักไปสอบถามทางแชท ซึ่งบริษัทที่ดีจะตอบคำถามที่สงสัยอย่างเต็มใจ รวมถึงประเมินราคาเบื้องต้นให้กับคุณได้

3. ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมช่าง

คุณควรตรวจสอบประสบการณ์ ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา ไปจนถึงรางวัลที่ได้รับ เพื่อการันตีคุณภาพและความเชี่ยวชาญของทีมช่าง เมื่อถึงเวลาหน้างานจริง ลองสังเกตวิธีการทำงานของพวกเขาว่าหากเกิดข้อผิดพลาด มีการแก้ไขปัญหาหน้างานยังไงบ้าง และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลหลังทาสีเสร็จไหม
และข้อควรรู้เกี่ยวกับการทาสีบ้าน คือ จะต้องมีการเตรียมผนังก่อนทาสีบ้านทุกครั้ง เพื่อให้พื้นผิวออกมาเรียบเนียนและไม่ขรุขระ ซึ่งทีมช่างที่มีประสบการณ์จะมีการทำสกิมโค้ท เพื่อช่วยปกปิดผนังที่มีรูพรุนตามดหรือรอยแตกลายงา ช่างที่ข้ามขั้นตอนนี้ไปอาจทำให้เจ้าของบ้านได้งานที่ไม่ถูกใจและไม่มีคุณภาพ

วิธีเลือกช่างทาสี ควรพิจารณาจากประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ

4. ช่างควรมีการติดตั้งอุปกรณ์ Protection ก่อนทาสี

หากคุณต้องให้ช่างเข้ามาทาสีบ้านหลังที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน และไม่สะดวกเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์หรือข้าวของต่าง ๆ ในบ้าน ทีมช่างที่ดีควรจะติดตั้งอุปกรณ์ Protection เช่น ติดกระดาษกาวตามรูปลั๊กไฟ ผ้าใบปูรองสี คลุมแอร์ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่เคลื่อนที่ลำบาก เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินของเจ้าของบ้านเกิดความเสียหาย

5. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สีที่มีคุณภาพ

เรื่องควรรู้ก่อนจ้างช่างทาสี คือ นอกจากเทคนิคการทำงานที่จะช่วยให้สีสวยติดทนแล้ว ผลิตภัณฑ์สีที่ทีมช่างใช้ควรมาจากแบรนด์ชั้นนำ ตัวอย่างเช่น TOA, Nippon Paint, Beger และ Dulux ที่มีการพัฒนาคุณภาพและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะช่วยสีบ้านติดทนนานมากขึ้น

และที่สำคัญ ช่างจะต้องเลือกประเภทสีให้ถูกกับสภาพพื้นผิวด้วย โดยสีทาภายนอกต้องมีคุณสมบัติทนแดด ฝน และรังสี UV ได้สูง ส่วนสีทาภายในควรไม่มีกลิ่นฉุน ไม่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ทำความสะอาด ป้องกันการเกิดเชื้อราและแบคทีเรียได้ดี

6. เครื่องมือที่ช่างใช้งานต้องได้มาตรฐานสากล

บริษัทรับเหมาที่ดีจะชี้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสีและอุปกรณ์ทาสีอย่างชัดเจน เลือกใช้เครื่องมือระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นแปรงทาสี กระดาษกาวตัดขอบเกรดนำเข้า เกรียง หรือกระดาษทรายเกรดพรีเมียม เพื่อให้ผลงานทาสีออกมาสวยและเนี้ยบที่สุด เพราะหากใช้แปรงทาสีที่ขนไม่ดีจะทำให้ผนังมีรอยแปรง หรือกระดาษทรายที่ขัดไม่เรียบมากพอ ก็จะทำให้ผนังยังหลงเหลือผิวเม็ดทรายอยู่ เป็นต้น

เรื่องควรรู้ก่อนจ้างช่างทาสี คือบริษัทที่มีคุณภาพจะเลือกใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน

7. แผนงานเหมาะสมกับงบประมาณ

วิธีเลือกช่างทาสีให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปที่สุด คือเลือกบริษัทที่มีการจัดทำรูปเล่มรายงานที่ระบุขอบเขตการทำงาน ปัญหาที่พบเจอ เครื่องมือที่ใช้งาน และชี้แจงงบประมาณอย่างชัดเจน เพื่อให้เจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของงานและรู้ว่างบถูกใช้ไปกับเนื้องานส่วนไหนบ้าง 

นอกจากนี้ แนะนำให้เลือกบริษัทรับเหมาที่มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนแผนงานให้เข้ากับงบประมาณของคุณได้ สำหรับคนที่มีงบจำกัดและไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายจุกจิกเพิ่มเติม

8. ทีมช่างผ่านการอบรมความปลอดภัย

สำหรับการสีบ้านหลังขนาดใหญ่ อาจต้องใช้อุปกรณ์มากมายและมีการโรยตัวเพื่อซ่อมแซม และทาสีในบริเวณต่าง ๆ ทีมช่างที่เข้ามาปฏิบัติงานจึงควรผ่านการอบรมความปลอดภัย เพื่อให้เจ้าของบ้านมั่นใจ และเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวช่างและทรัพย์สินของลูกค้า

9. บริการหลังการขายที่ดีและมีการรับประกันผลงาน

สุดท้ายนี้ ควรเลือกบริษัทรับเหมาทาสีที่มีบริการหลังการขายและมีการรับประกันผลงานอย่างน้อย 1 ปี สามารถติดต่อได้ในกรณีที่พบเจอปัญหาหลังเสร็จงาน ซึ่งหากเจ้าของบ้านพบว่างานไม่เรียบร้อยหรือไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา บริษัทควรส่งทีมช่างเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขภายในระยะเวลารับประกัน

สรุป

จบไปแล้วกับ 9 เรื่องควรรู้ก่อนจ้างช่างทาสี หากเลือกบริษัทรับเหมาที่ผิดตั้งแต่แรก จะทำให้ผลงานออกมาไม่สวยงาม ไม่มีคุณภาพ แถมต้องเสียเงินและเสียเวลาจ้างทีมช่างใหม่ หรือถ้าเจอทีมช่างที่ทิ้งงานก็จะยิ่งหงุดหงิดใจขึ้นไปอีก NAP Paint ก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนได้เจอบริษัทรับเหมาทาสีที่ถูกใจ มีความเชี่ยวชาญ และช่วยให้บ้านของคุณกลับมาสวยเหมือนซื้อใหม่!

สำหรับใครที่อยากได้ทีมช่างที่เก็บงานเนี้ยบ และใส่ใจในทุกรายละเอียด NAP Paint ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ด้วยประสบการณ์มานานกว่า 30 ปี ทำให้เราเป็นทีมช่างคู่ใจคนไทย และมอบบริการที่ใส่ใจทุกขั้นตอนเสมอมา

More articles

ทาสีทับสีเก่า ต้องรองพื้นไหม? รวมขั้นตอนเตรียมพื้นผิวให้สีสวย ไม่หลุดล่อน

วิธีเลือกลูกกลิ้งทาสีให้เหมาะสมกับประเภทงาน ฉบับช่างมือโปร

10 ไอเดียทาสีห้องนอน เปลี่ยนห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาให้สวยงาม และมีสไตล์มากขึ้น